[CS]HW09 : เติมเต็ม III

posted on 16 Nov 2008 03:13 by boomcubic  in Homework

มาแว้ว...หลังจากช้าไปนาน เนื่องด้วยอีสีฯหงุดเงี้ยวในหัวนานมากกว่าจะเขียนออกมาได้ ยังตุด่อยๆอยู่ แต่คาดว่าถ้ายังดองไว้ก็คงไม่จบเป็นแ่่น่ เลยมาเท่าที่ทำได้หนอ TwT

นี่เป็นตอน ก่อนสุดท้าย ตอนหน้าได้บทสรุปแล้วจ้า

หมายเห็ด : ตอนท้าย เหมือนจะวายหน่อยๆ แต่หลังจากคิดสะระตะแล้ว มันก็ควรจะออกมาเป็นแบบที่คุยกันไปล่ะก้ะ

หมายเห็ด 2 : แต่ถ้าไม่คิดอะไรมากมันก็ไม่ีมีอะไรหรอกเน้อ

 

 

ตอนต่อจาก

 [HW13 : ช่องว่าง]

 

เชิญทัศนา

[ PartI l Part II l Part III l Part IV l Part V l Part VI]

 

Credit โครงการ : http://cubicschool.exteen.com

แขกรับเชิญ : วินด์ ปอ ธูป เทียน หยิน แมน

 

 

              ทำไมต้องเป็นเขา

                

 

 

                หยาดฝนหยดโปรยปราย ละอองน้ำชุ่มชื้นสร้างบรรยากาศฉ่ำเย็นขึ้นรอบตัว ถึงแม้การที่ฝนตกทำให้เขาต้องเปลี่ยนมานั่งระเบียงโล่งชั้นสี่แทนสวนพฤกษศาสตร์ที่ประจำ แต่กลิ่นฝนและไอดินก็เป็นสิ่งชดเชยซึ่งสมน้ำสมเนื้อ

                เพิ่มมาอย่างสมน้ำสมเนื้อ...ก็ดี...แต่ว่า

                มันจะเพิ่มอะไรมากไปหน่อยมั้ง!!!

 

 

 

                ตุบ

                สัมผัสเบาๆแข็งๆกระทบที่หัว จากนั้นวัตถุต้นเหตุก็หล่นกลิ้งลงมาข้างตัว เผยให้เด็กหนุ่มได้เห็นว่ามันคือเศษกระดาษม้วนขยำมาเป็นก้อน และพอตำตาอยู่เช่นนั้น รวินท์ ชยานุรักษ์ ก็เดาที่มาของสิ่งนี้ได้โดยไม่ต้องสืบ

 

                ไอ้เจ้าพวกนั้น

 

 

                [นายลืมวิธีพูดไปแล้ว?]

                [ใช้ภาษาไทยไม่เป็นแล้วเหรอครับ]

               [เงียบนานไปแล้วปะเพ่]

                [พิรี้พิไร]

 

              พวกมัน...

               รู้สึกเหมือนใบหน้ากระตุก ซึ่งสาเหตุของอาการก็คือข้อความทั้งสี่ในกระดาษยับยู่ยี่ที่เพิ่งถูกปามา ซึ่ง...แต่ละอัน...อ่านแล้วไม่รู้เลยว่าใครเขียน ไอ้พวกบ้า

                กล้าทำถึงขนาดนี้ ตกลงนี่คือสนิทกันแล้วเรอะ!!?

                ตัวเขา...ก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่ ตอนไหน เมื่อไหร่ ที่ความสุขสันโดษของเขาถูกช่วงชิง สิ่งที่รู้มีเพียงแต่ มาจนบัดนี้ ไม่ว่าจะย่างไปไหน ก็จะต้องมีกลุ่มก้อนอะไรสักอย่างจากพวกหลังห้องตามมารังควานกันเป็นโคโลนี

                นี่พวกมันว่างนักรึไง

 

                กระดาษอีกก้อนบรรจงจอดลงกลางกระหม่อมเขาอีกครั้ง

 

                [โยนมาเผื่อว่าหลับ]

                [ฝันถึงผมนะครับ]     

                [รอนานแล้วเพ่ ช่วยทำอะไรสักอย่างด่วน]

                [จะซึนไปถึงไหนยะ]

 

                [หมายเห็ดรวมๆ : ช่วยรีบๆเคลียร์เรื่องบูมได้แล้ว เพื่อนรออยู่ อย่าเสียเวลา]

 

                อะไรของพวกมันวะ...

                อ่านข้อความจบ เศษกระดาษก็แทบจะถูกขยี้จนแหลก เด็กหนุ่มจะอยากลุกไปสับคอบรรดาต้นเหตุมันเสียตอนนี้ ถ้าไม่ติดที่คนข้างๆจะได้รู้ตัวเอาเสียก่อน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้จึงมีแค่ท่องนะโมบริหารจิต ดับความอยากฆ่าคนให้สงบไว้ในใจ

                ไอ้พวกบ้า...ชอบหาเหาใส่หัว แถมไม่ลงหัวตัวเอง ลงหัวชาวบ้าน

                ชาวบ้านที่ดันผ่าหน้าเหมือนเขาซะด้วย

 

                นัยน์ตาดำคมของ"ชาวบ้าน" เหลือบแว่บไปด้านข้าง

 

               "เหา" ที่ถูกโยนมา นั่งหน้าทู่อยู่ข้างเขามาได้พักใหญ่ พฤติกรรมเหาที่เป็นอยู่ตอนนี้คือ นิ่งเงียบ ไม่พูดไม่จา ไม่มายุ่งกับเขา ซึ่งนั่นก็ดี แต่ประเด็นมันติดอยู่ตรงที่ ไม่ยอมลุกไปไหน ซึ่งดูไปแล้วถ้าให้ต้องเจอแบบนี้ สู้ให้"เหา"ตัวนี้ เย้ๆพูดจ้อไปเรื่อยอย่างเก่าจะรับมือง่ายเสียกว่า

                นี่ถ้าไม่ติดที่เคยมีบุญคุณกันไว้นะ...

                เอาก็เอาวะ

 

                "นี่เธอ" เขาตัดสินใจเริ่มก่อน

                ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเหาที่ท่านเรียก

                "นี่" ลองพยายามดูอีกครั้ง

                ก็ยังคงเงียบ

                "เธอ...จะพูดรึไม่พูด"

                เงียบต่อไป

 

 

                และก็เงียบต่อไปอีกพักใหญ่

                เด็กหนุ่มรู้สึกได้ถึงเส้นด้ายแห่งความอดทนที่ใกล้ขาด

                พวกผู้หญิงนี่...วุ่นวาย!

 

 

            "มีอะไรก็พูดออกมาซี่ อมพะนำอยู่อย่างนั้น...น่ารำคาญ!"

 

 

               เสียงตวาดดังลั่นทำให้เด็กสาวสะดุ้งเฮือก

 

 

 

 

 

                เฮ้ย...ไหงทำหน้ายังงั้น

                รวินท์กลืนน้ำลายเอื้อก...ยัยนี่...วันนี้มาแปลก ปกติทำเขาหน้าคนค้ายาบ้าเข้าขู่ไม่เคยเห็นรู้สึกรู้สา นี่แค่พูดดังไป...นิดหน่อย...มั้ง ไหงแม่คุณทำท่ายังกะเขายืนถืออีโต้จะขู่ขึ้นเขียงเสียยังงั้น

                นี่ไปกินอะไรมา...

                หรือว่าเมื่อกี้เขาพูดแรงไป...ก็ไม่ใช่น่า

 

                 รึเปล่า?

 

                "วินด์ว่าบูมน่ารำคาญงั้นเหรอคะ" ข้อสันนิษฐานข้อสองถูกซัดขึ้นมาถาม

                "เอ่อ..."

 

                 ถามเล่นเอาไปไม่เป็นเลย

                 ตอบว่าใช่ได้มั้ยเนี่ย...ก็เมื่อกี๊มันน่ารำคาญ...จริงๆ

 

                 แต่คงไม่ดีมั้ง...

 

                 "บูมน่ารำคาญเหรอคะ" ยิงคำถามซ้ำ

                 "..." ชักจะบ้าใบ้

 

 

                 คำถามคำตอบทิ้งช่วง ยาวนาน

 

 

                 "บูม...น่ารำคาญ...จริงๆด้วย"

 

 

 

 

 

                    เฮ้ย!

                             เฮ้ย!

                             เฮ้ย!

                               เฮ้ย!

 

 

                

                ร่างเล็ก บางตัวสั่นด้วยแรงสะอื้น

                น้ำตาของเด็กสาวหยดแหมะ ในทีแรกยังเป็นแค่เสียงกระซิกแผ่วเบา หากพอชักนานเข้า...คงเพราะไม่มีคนปลอบหรือห้าม จากน้ำตาหยดเม็ดเล็กก็กลายเป็นปล่อยโฮ

 

                นี่ร้องไห้เหรอ?

 

                ร้องเพลงมั้งรวินท์...เห็นอยู่โทนโท่ ไอ้บ้า

 

                ตอนนี้...รู้สึกเหมือนคล้ยๆลมจะใส่...เวร...แล้วมั้ย เจออะไรไม่เจอ เจอผู้หญิงร้องไห้ ไอ้แบบนี้ล่ะขึ้นหนึ่งในโคตรบัญชีดำที่ถ้าเจอเป็นอันต้องหนีไปให้ไกล โอย อยากจะกระโดดลงมันซะจากระเบียงชั้นสี่

                เด็กหนุ่มอยากได้ยาดมเป็นกำลัง

 

                 ซัลโวก้อนกระดาษตกปุมาบนหัว

 

                 [เลว]

                 [เลว]

                 [เลว]

                 [เลว]

 

                 ...เออๆ กูผิด กูเลว กูมันไม่มีอะไรดี ไม่ต้องย้ำก็ได้!

 

                นัยน์ตาดำคมเหลียวมองค่อนด้านข้างอย่างไม่ค่อยแน่ใจนัก น้ำตาผู้หญิง...ช่างเป็นอะไรที่...น่าสยดสยอง ได้เจอเข้ากับตัวแบบนี้ ใจเขาล่ะอยากจะเปิดหนีไปให้เสียไกลๆ

                หากแต่อีกใจ...ที่เจ้าตัวก็ไม่ค่อยอยากจะยอมรับว่า...ใจอ่อน มันก็อดจะอ่อนใจไม่ได้

 

                ให้มันได้อย่างงนี้สิ


                เด็กหนุ่มถอนใจลึกยาว ก่อนตัดสินใจ...หยิบผ้าเช็ดหน้าออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วส่งให้

 

                "อย่าร้อง"

 

                เด็กสาวเหลียวตาฉ่ำน้ำมามอง หากไ่ม่ได้พูดตอบอะไร

                เห็นแบบนั้นเด็กหนุ่มก็ถอนใจซ้ำ ลุกเข้าไปใกล้ แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าเข้าไปตรงหน้าอีกครั้ง

 

                ก่อนเอ่ยประโยคที่เจ้าตัวเกลียดที่จะพูดเป็นนักหนา

 

                "ขอโทษ"

 

                "ฉันไม่คิดว่าเธอน่ารำคาญแล้ว"...ก็ได้  เติมคำต่อท้ายไว้ในใจ

 

                จบคำพูดนั้น ความเงียบเข้าโรยตัวอย่างเชื่องช้า...หากในที่สุด รางวัลแห่งการรอคอยก็มาถึง เมื่อมือเล็ก บาง ยอมยื่นออกมารับผ้าเช็ดหน้า...

 

                เข้าไปใช้อย่างไม่ปรานี

 

                "...ไ่ม่ต้องคืนนะ เอาไปเลย"

                เด็กหนุ่มเ่อ่ยขึ้นเมื่อมองดูอดีตผ้าเช็ดหน้าตน แลดูสภาพแล้ว คนที่ไม่ค่อยมีจิตเมตตากับอะไรเท่าไหร่อย่างเขา ยังอดเวทนาของที่เพิ่งสิ้นอายุขัยไปไม่ได้

                เขาทรุดตัวลงนั่งด้านข้าง ใกล้ขึ้น...หากยังเว้นระยะห่าง เผื่อว่ามีอะไรจะได้ถอยอย่างทันท่วงที

 

                ละอองฝนยังคงพร่างพรม เช่นเดียวกับหยดน้ำจากตาของเด็กสาวตรงหน้า...ซึ่ง ตัวเขาที่นั่งอยู่ใกล้ๆเห็นแล้วก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวแบบไหน ในใจก็ครุ่นคิด ไอ้อาการแบบนี้ผู้หญิงเขาเรียกมันว่าอะไรนะ...เสียใจ ไม่มั้ง ปกติยัยนี่อึดทนทายาทกว่านี้เยอะ เพราะงั้นก็เหลืออีกคำที่เขาเคยได้ยิน...น้อยใจ

                 ยัยนี่กำลังน้อยใจ...ใคร

                 คงไม่ใช่เขานะ...เหวอ...แค่คิดก็ขนลุกซู่

                 ไม่หรอก โลกยังไม่น่าไร้ความหวัีงขนาดนั้น คงเป็นไอ้หมอนั่นน่ะล่ะ

 

                 "ร้องไห้ทำไม" ขี้เกียจจะเดาแล้ว ถามเอาชัวร์สุด

                 มีเพียงกริยาซับน้ำตาแทนคำตอบ...เวรกรรม ช่วยอย่าทำอะไรแบบนี้ได้มั้ย ถ้าถามไปก็ตอบมาหน่อยไม่งั้นเขาก็ทำอะไรไม่ถูก

                 "ค่อยๆนึกคำพูดช้าๆ...เธอมาที่นี่ก็เพราะมีอะไรอยากจะพูดใช่มั้ย"...อย่างที่มาบ่นแบบทุกทีน่ะล่ะ

 

                 สิ้นคำถามนั้น เขาก็ให้เวลาอีกอีกสักพัก จนในที่สุด เด็กสาวก็ยอมเงยหน้าขึ้นจากผืนผ้า แล้วบอกกับเขาว่า

 

                 "วินด์ เคยสงสัยมั้ยคะ ว่าใครสักคน...ใครที่ใกล้มากๆ เขาจะคิดว่าเราสำคัญ เท่ากับที่คิดว่าเขาสำคัญรึเปล่า"

 

                  ได้ฟังเช่นนั้นรวินท์ก็เลิกคิ้ว

 

                  "ไอ้ขี้หลีนั่นมันบอกว่าเธอไม่สำคัญงันรึ"

                   เธอแหงนหน้าขึ้นจ้องเขา

                  "วินด์รู้ด้วยเหรอคะ"

                   ไม่รู้ก็ไปเป็นเพื่อนชาวนาได้แล้ว...เขารู้กันหมดทั้งโรงเรียน

 

                   "ตกลงว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มันบอกเธอว่ายังงั้นรึ" เขารีบตบกลับเข้าประเด็น

                   เด็กสาวหลุบตาลงต่ำ "ไม่ใช่หรอกค่ะ"

                   "แล้วคิดอย่างนั้นทำไม"

 

                   "ก็...ทั้งๆที่บูมก็ยืนอยู่ตรงนี้แท้ๆ แล้วทำไมเวลาแมนมีปัญหา ถึงไม่ัหันมาหาบูมบ้าง"

 

                   คำตอบของเธอทำให้คิ้วเข้มเลิกขึ้น อารมณ์เหนื่อยหน่าย...คลายลง เมื่อบัดนี้เขารู้แล้ว ว่าคนตรงหน้ามี"เรื่อง"อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่"เรื่องไม่เป็นเรื่อง" อย่างที่มักเป็นอยู่ประจำ

                   "เล่าต่อไปสิ" เขาพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเด็กสาวเงียบไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอพยักหน้าช้าๆ ก่อนเอ่ยต่อว่า

                   "คราวก่อน หลายต่อหลายครั้ง แมนยังคอยช่วยบูมมาตลอด แต่พอบูมอยากยื่นมือเข้าไปช่วยบ้าง แมนก็ไม่พูดอะไรเลย...จะหันหลังจากไปเสียอย่างนั้น" จบคำ นัยน์ตากลมโตก็หลุบต่ำ หยาดน้ำในดวงตา พร่างพราว

                   "หรือเป็นเพราะว่าบูมไม่สำคัญ ก็แค่คน...น่ารำคาญคนนึง"

 

                   ชะเง้อมองอยู่ตลอดอย่างนั้นน่ะนะ...รำคาญ

                   ทำไมมันวุ่นวายกันดีจังวะ

 

 

                   เด็กหนุ่มหลับตาลง...สูดหายใจเข้า ลึก ยาว ก่อนถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

 

                   "เขาพูดกับเธออย่างนี้แล้วเหรอ"

                   "คะ" ใบหน้าเนียนใสเงยขึ้น เมื่อน้ำเสียงของคำถาม ห้วน สั้น ไร้รอยปลอบใจอย่างเมื่อครู่

                   "ฉันถามเธอว่า เขาพูดกับเธออย่างที่เธอว่ามาเหรอ"

                   นัยน์ตาคู่สวยหลุบลง "ก็ไม่ใช่หรอกค่ะ"

 

                   "งั้นแล้วจะนั่งบื้อให้ความคิดมันทำร้ายตัวเองทำไม"

 

                  สิ้นคำพูด ความเงียบก็เข้าครอบคลุม

                  เนื้อความไม่ได้ส่งถึงเฉพาะคนที่อยู่ตรงหน้าเท่านั้น...กับคนที่...แอบดูอยู่ด้านหลัง และมีพรายคอยกระซิบรายงาน ได้ฟังเข้าก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

                  ...เข้าใจพูดเหมือนกันนี่...

 

                  เคยมีคำกล่าวไว้...ไม่มีอะไรทำร้ายมนุษย์ได้เท่ามนุษย์ด้วยกัน และมนุษย์เรานั้น ไม่มีใครทำร้ายตัวเรา ได้เท่าเราทำร้ายตัวเอง

                  บ่อยครั้ง สิ่งที่ทำร้ายได้จนสาหัส...เป็นเพียงแค่ความคิด

                  ทุกสิ่ง ทุกอย่าง จุดกำเนิด ล้วนอยู่ที่ตัวเรา

 

                 "แล้วฉันถามหน่อยเถอะ...หมอนั่น เธอบอกว่าเป็นคนสำคัญของเธอใช่มั้ย"

                 "ค่ะ"

                 "แต่เธอก็คิดว่ามันเห็นว่าเธอไม่สำคัญ"

                 ครั้งนี้เด็กสาวทำเพียงพยักหน้าเป็นคำตอบ

 

                 เด็กหนุ่มมอง...พิจารณาเด็กสาวตรงหน้า เนิ่นนาน

                 ก่อนจะเอ่ยถามไปว่า

 

                "แล้วถ้าเธอไม่สำคัญกับมันจริงๆ  นั่นจะหมายความว่า มันไม่สำคัญกับเธออีกต่อไปด้วยรึเปล่า"

                "คะ" เด็กสาวทวนถามเสียงสูง

                "ยังไง สุดท้ายแล้วเธอก็ไปบังคับความคิดหมอนั่นไม่ได้อยู่ดี"

                 เด็กหนุ่มกล่าว ช้า ชัด

                "เพียงแต่คนอย่างเธอน่ะ...เคยสนด้วยรึ ว่าใครเขาจะคิดจะว่ายังไง...ทีกับฉัน ไล่แทบตาย เธอยังตามมาเซ้าซี้อยู่ได้แทบทุกวัน แล้วพอเป็นมัน แค่คำพูดไม่กี่คำก็มานั่งหงอเอาซะแล้วแบบนี้"

                 คนตรงหน้ากระพริบตาปริบๆ

                 "อะไรที่มันยุ่งยากนัก ควบคุมไม่ได้ก็ช่างหัวมันซี่"

 

 

                 "วินด์..." เด็กสาวเรียกชื่อเขาแผ่วเบา

 

                 ฟังน้ำเสียงเธอเป็นแบบนี้แล้วคนพูดก็ชักไม่อยากพูดต่อ แต่ก็จนใจ

                 ใจแข็งแต่แรกแล้วก็ใจแข็งต่อให้จบ

 

                 "คนอย่างเธอน่ะ ถ้าจะมานั่งเสียใจแบบนี้... สู้เอาเวลาไปหาทางแก้ปัญหาอะไรกับไอ้ขี้หลีนั่นจะดีกว่ามั้ย ทำตัวให้สมกับเป็นเธอหน่อย"

                 พูดจบ เด็กหนุ่มก็ยันกายขึ้น  ถอนใจยาว

                 "ถึงสุดท้าย...มองในทางร้ายที่สุด ต้องกลับมาเสียใจอยู่ดีล่ะก็นะ" เด็กหนุ่มก็เว้นวรรคอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เอ่ยว่า

                 "เธอก็เืลือกเอา จะเสียใจเพราะพยายามแล้วไม่สำเร็จ หรือจะเสียใจเพราะไม่ได้ทำอะไรเลย"

 

                  เมฆฝนเริ่มลบเลือนจากท้องฟ้า หยาดน้ำที่เคยหยดลงเริ่มจาง  หยดน้ำที่ค้างอยู่บนยอดหญ้า ก็ไหลรวมสู่ส่วนปลาย ทิ้งเพียงละอองชุ่มชื้น ฉ่ำเย็นไว้ในบรรยากาศ

                  ก่อนจะกลับคืนสู่ผืนดิน

 

                  ช้า นาน ที่เด็กหนุ่มสาวทั้งสองปล่อยเวลาให้ผ่านไปเช่นนั้น ก่อนเด็กหนุ่มจะหันหลัง ทิ้งให้เด็กสาวนั่งอยู่กับความคิด พร้อมกับคำพูดประโยคสุดท้าย

 

                 "คนเราน่ะ ถ้าไม่พยายามเพื่อสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ...แล้วจะพยายามเพื่ออะไรได้อีก"

 

 

++++++++++++++++++

 

                "พูดอะไรดีๆก็ได้นี่ครับ"   

                 น้ำเสียงที่ดังขึ้นตามหลังทำให้ร่างสูงหยุดเท้า หากถึงไม่ต้องหันไป...ก็รู้ ว่าเจ้าของประโยคนั้นคือใคร

                 "ยังจะอะไรอีก ตอนนี้พวกนายก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่รึไง ช่างหาเรื่องมาให้ฉันนักนี่"

                 คนตัวเล็กกว่ายิ้มละไม "ก็ใช่ครับ พวกนั้น...ยังบอกเลย ว่าผมน่ะ คิดไม่ผิดที่เลือกคุณ"

                 "เหอะ"

 

                 เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับเจ้าของใบหน้าสวยเกินชาย ที่ก้าวเข้ามาใกล้ฝ่ายที่หยุดยืนอยู่ นัยน์ตาสวยเงยขึ้นสบตาคม ก่อนเอ่ยว่า

                 "วันนี้ ผมเห็นคุณบูม แล้วเหมือนจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้นอยู่อย่าง"

                 คนฟังได้ยินแล้วก็ขมวดคิ้ว

                 "อะไรของนาย"

                 ริมฝีปากสวยแย้มยิ้มละไม

                 "เด็กผู้หญิงนี่...เข้าใจยาก แต่มีเสน่ห์ดีนะครับ วินด์ว่ามั้ย"

                 รวินท์เบ้ปาก "...เสน่ห์อย่างนี้ฉันขอบาย"

                 ร่างเล็กหัวเราะน้อยๆ

                 "...ก็ดีครับ จะได้ไม่ต้องแย่งกัน"

                 "นายว่าอะไรนะ" อีกฝ่ายได้ยินไม่ชัด

 

                 คนตัวเล็กกว่าไม่เปิดโอกาสให้ตัวเองต้องฉายซ้ำ จึงเปลี่ยนประเด็นไปเป็นว่า

                 "คำพูดจากคนที่เราให้ความสำคัญนี่...มีผลมากจริงๆนะครับ คำพูดเดียวกัน ถ้าเป็นคุณวินด์พูด กับคุณแมนพูด มาถึงคุณบูมมันก็ให้ผลต่าง"

                 อีกฝ่ายตอบด้วยการแค่นเสียงใ่ส่

                 "หึงรึเปล่าล่ะครับ"

                 "กรุงเทพหิมะตกรึเปล่าล่ะ"

 

                 คำตอบจากร่างสูง เรียกเสียงหัวเราะจากคนตัวเล็กอีกครั้ง

 

                 "สองคนนั้นนี่...ท่าทางเรื่องคงไปอีกยาวนะครับ ต่างฝ่าย...ต่างไม่รู้ตัวกันทั้งคู่"

                 "ก็เรื่องของพวกนั้น" น้ำเสียงที่ตอบยังเหมือนไม่ใส่ใจอย่างเคย หากกิริยาเช่นนั้น อีกฝ่ายมอง...ก็รู้ ไม่ใช่ว่าคนตรงหน้าจะไม่นึกถึงเลยเสียทีเดียวหรอก

                 และรอยยิ้มที่ดูราวกับรู้ทันไปเสียหมดนั่น ก็สร้างความหงุดหงิดให้อีกฝ่ายได้ชะงัดนัก

                 "ยิ้มอะไรของนาย" คำถาม ห้วน สั้น

                 อีกฝ่ายตอบด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจ "ก็แค่คิดอะไรบางอย่างน่ะครับ"

                "เรื่องปัญญาอ่อนอีกล่ะสิ"

                 ร่างเล็กหัวเราะน้อยๆ ก่อนตอบ

 

                "ก็แค่คิดว่า...น่ารักดีนะครับ"

                "อะไรนะ"

                บางอย่างในน้ำเสียงสะกิดใจคนฟัง น้ำเสียงที่ถามกลับจึงห้วน สั้น หากคนที่เริ่มกวนตะกอนในใจของอีกฝ่ายก็ทำเพียงหันไปยิ้มกับลมกับฟ้า ปกปิดสีหน้าตนเองเสียสิ้น

                ร่างสูง...จึงทำได้แค่รับรู้ข้อความ จากร่างเล็กที่เอ่ยตอบคำเพียงว่า

 

                "คนที่...ไม่รู้ใจตัวเองสักทีน่ะ"

 

 ++++++++++++++++++

 

                "เรียบร้อยค่ะพี่ธูป ของอยู่ตรงตำแหน่งเป๊ะ"

                คนเป็นพี่ผงกหัวเป็นเชิงรับคำเสียงจากวิญญาณน้องสาวที่แว่วมา เด็กหนุ่มเดินไปยังระเบียงที่อยู่ใกล้ ยืนพิงกับเสาต้นหนึ่ง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือ แล้วพิมพ์ข้อความลงไป

 

                ...บางเรื่อง ช่วยไปซักหน่อยก็ไม่เสียหาย

                "คิดว่าจะได้ผลรึเปล่าคะพี่ธูป" ผู้เป็นน้องกระซิบถาม

                นัยน์ตาดำ คม ไล่ไปตามแป้มพิมพ์ที่นิ้วมือบรรจงกด เพื่อส่งข้อความ...ตัวช่วย ไปยังเป้าหมาย หากแต่ตัวช่วยนั้น จะ"ช่วย" ได้มากเท่าไหร่

               "ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าตัวเขาเอง"

               

                message sent  to Songkran

 

 

 

 

               "คนที่เห็นว่าตัวเองไม่สำคัญ ไม่ได้มีเพียงแค่คนเดียว"

จากปากคำของ รวิระ วิญญรักษา

 

++++++++++++++++++

 

แถม

 

 

 ++++++++++++++++++ 

 

[ Part IV ]

 

 

สรุป

- Dark Area ถีบส่งบูมมาให้วินด์ช่วยเคลียร์

- เจ้าตัวก็เคลียร์ไปเครียดไป

- แต่จริงๆก็บ่นไปงั้น จริงๆก้เป็นห่วง

- บูมร้องไห้เพราะงอนสั่งสม พ่วงกับคีย์เวิร์ด"น่ารำคาญ" ที่พี่วินด์แกช่างขุดขึ้นมาได้เหมาะเจาะ

- วินด์ช่วยไขก๊อกได้อีกหนึ่งประเด็น ที่ว่าเก็บเอามาคิดมากไปก็ไม่มีประโยชน์

- เป็นอีกจุดที่จะผลักดันให้ลุยกับปัญหาต่อไป หลังจากทำตัวไม่สมกับเป็นตัวเอง

- Dark Area ปฏิบัติหน้าที่ลุล่วง ในส่วนที่ทำได้

- ธูปส่ง msg ไปหาแมน ซึ่ง ใจความและจุดประสงค์นั้น

- ทูบีคอนตินิว

- ต่อไปถึงตาคุณผู้ใหญ่ช่วยหนูๆกันบ้างแล้ว

 

ตอนหน้า

- คุณพ่อบุญธรรม ครูไม ครูเคนจะกลับมา และก็เพิ่มเหยื่อครูอีกหนึ่ง 

- โปรดติดตาม

 

++++++++++++++++++

 

:: โหมด Database::

ประเด็นทีเ่พิ่มมาในฟิคนี้

- ฟิคนี้ เขียนเพื่อปูเรื่อง และความสัมพันธ์วินด์กับบูม แล้วก็ Dark Area ให้มากขึ้น

- โดยเฉพาะ วินด์ กับแมน เป็นการเปรียบเทียบสองคนในตำแหน่งที่คล้ายกัน

- ซึ่งจะมีผลสำคัญในภายหลัง ในการเข้าใจเรื่อง "ความรัก" ของบูม

- ความสัมพันธ์กับวินด์ LV อัพ

 

หมายเห็ด : คู่นี้มันคู่รักสามัคคีชัดๆ รักกันเป็นขบวน ชาวบ้านเดือดร้อนทุกที เอร๊กส์


อีสีฯ ขอเมาท์

- ตอนนี้เหมือนจะเป็นโทนเรื่องที่ถนัด...แต่ไปๆมาๆเขียนยากกว่าที่คิด และรู้สึกว่าเขียนไม่ดีเท่าไหร่ด้วย - - ไม่ได้ตรงตามที่หวังไว้ แ่ต่อย่างน้อยเนื้อหาก็ออกมาครบฮะ(ส่วนจะสื่อถึงผู้รับสำเร็จทุกจุดหรือไม่นั้น TwT ภาวนา)

- ทีแรกนั้นว่าจะเป็นอารมณ์เครียดกว่านี้แล้ว แต่สุดท้ายก็ลดโทนลงให้ออกแนวน่ารักมากกว่า เพราะไม่งั้นคงมีแต่เทกซ์ยาว แล้วสื่อความเป็นตัวละครออกมาไม่สุด

- จุดบกพร่องของฟิคนี้คือ รู้สึกไอ้ตรงเนื้อๆสาระมันมาเป็นแท่งมากไป โดยเฉพาะตอนท้าย ไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี ตอนนี้ยังคิดไม่ตก แต่ก็รู้สึกถ้าทิ้งนานกว่านี้เรื่องมันจะตามกันไม่ทัน ทิ้งช่วงนานเกินไป

- จึงพยายามเท่าที่ทำได้...ได้เท่านี้ล่ะก้ะ TwT

- แบ่งบทมึนมาก เป็นความโลกแตกของการดึงเอาตัวละครเข้ามาในเรื่องเยอะๆ

- ประเด็นในเรื่องนี้มันยั้วเยี้ยยุบยั่บมากๆ ไปๆมาๆมันงอกเงยจากที่คิดไว้ตอนแรกเยอะจริงๆ จนแอบกลัวว่านี่เหมือนจะพยายามยัดใส่หัวคนอ่านมากไปรึเปล่า ถ้ารู้สึกก็ทักได้หนอ

- ว่าแต่ "ปัญหา" นี่ทำให้คนเราเติบโตจริงๆ 

- มีความรู้สึกว่า "เรื่องธรรมดา" เป็นอะไรที่เขียนยากมาก...เพราะมันก็ธรรมดาซะจนไม่รู้จะหยิบยกประเด็นอะไรมาเล่าเรื่องดี แต่ตอนที่ได้เปิดดูข้อมูลคนโน้นคนนี้ นั่งคิดว่าจะเอาอะไรมาใส่ดี ก็สนุกดีนะคะ ถึงการทรงลูกคนอื่นจะเหนื่อยก็เถอะ ฮ่าๆ

- รักวินด์ ไม่รู้ว่าเขียนวินด์ออกมาคู่กับบูมจะกลายเป็นหน่อมแน้มไปรึเปล่า ยังไงก็ตาม แกล้งวินด์นี่สนุกชิบผงเลยเค่อะ ฮ่าๆๆๆ

- เขียนไปเขียนมา ผู้สาวหาย ผู้บ่าว...ไปม่วงกันตอนท้าย เอริ้วววว

- คงต้อง ค่อยๆกระเืดื้อบๆกันต่อไป ถึงจะเห็นอย่างนี้ก็เถอะ สีฯคิดว่า ฟิคเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนยากที่สุดเท่าที่เขียนมาแฮะ มีแต่แนวที่ไม่ถนัด แถมไม่มีเลิฟซีนอีก กร๊ากกกก (เขียนได้แต่อย่างนี้เร้อ)

- แต่ถึงจะมึนๆเมาๆ ตอนจบฟิคนี้ มีหวานรออยู่ อา ว่าไป ไม่ได้เขียนหวานมาพักใหญ่ ตอนนี้มีแต่อะไรไม่รู้ (ฟิคคู่มวยซัดกันตุบตับ)

- ตอนนี้ คุณพ่อหาย แอบรู้สึกว่าตอนที่แล้วไม่น่ารีบยกออกมาเลย ฮา

- ไม่เป็นไร ตอนหน้าจะกลับมา ถึงจะเป็น OC แต่ก็ขอรับรองด้วยเีกียรติของอีสีฯว่า(มีตรงไหน) ทุกอย่างที่ใส่มาถึงจะมีน้ำท่วมทุ่งไปบ้าง ก็เป็นส่วนที่มีความหมายกับเนื้อเรื่องและตัวละครทั้งนั้นหนอ

- รักคนอ่าน ที่ตามอ่านมหากาพย์ยาวยืดอันนี่ทุกท่านก้ะ

- ดร้วบ

 

 

รั่วๆมาเรียงๆ by อีสีฯ

 

ได้รั่วแล้ว!! บันไซ

 

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

........ทำไมค้างไม่จบ อยากรู้

เรื่องค้างแต่คราวก่อน

โหหหห สงสารวิน

55+

#1 By [veho+อินทรี on 2008-11-16 03:19

โย๊วๆ
มันจบยังหว๊าๆ
open-mounthed smile

#2 By Tukky_naja]] on 2008-11-16 03:22

ปกติทำเขาหน้าคนค้ายาบ้าเข้าขู่

มันยังอุตส่าห์รู้ตัวค่ะพี่น้อง กร๊ากกกกกกกกกกกกกกก

[เลว]

[เลว]

[เลว]

[เลว]


ด่าตัวเองกันเรอะ กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกก

ปรานี น.หนูค่ะท่านสี cry

พวกดาร์กแอเรียจะทำหน้าที่ตัวเองดีเกินไปแล้วนะยะ (ธูปนี่...เหมือนจะไม่เอาอะไรกับเขา แต่สุดท้ายก็ต้องเลยตามเลย แถมแอบช่วยอยู่ดีนั่นล่ะ cry )

รอตอนจบ~~~~

#3 By melody in the world of the tale on 2008-11-16 04:57

แลดูเครียด แต่อ่านๆไปก็ขำ... (ขำสี่คนที่แอบดูและวินด์)
คลี่คลายไปได้อีกจุด...

รู้สึกเหมือนวินด์เองก็โตขึ้นอีกแหละค่ะ... ^^

รอต่อไป
ปล. ยังแอบมีวินด์ปอ น่าร้ากกก ฮา...

#4 By aine on 2008-11-16 07:46

จริงๆก็อ่านไปเรื่อยๆดีแล้วล่ะนะ
ไอ้แท่งคตินี่ไม่ถึงกับเลวร้ายหรอก
(เคยอ่านการ์ตูนที่เป็นคติทั้งดุ้นเหมือนกัน ทื่อกว่านี้เยอะ)

เห็นเลยว่าตอนนี้น่าจะเขียนได้ยากมาก
เพราะเหมือนสาระที่อัดแน่นมาขนาดนี้แล้วจะต้องให้จบลงในตอนเดียวให้ได้ ตัวละครก็ไม่ใช่น้อย

ที่จริงแล้วลากให้จบเลยก็ดีแล้วล่ะ จะไเ้พักแล้วไปทำอะไรที่สนุกกว่านี้ต่อได้ (ได้ข่าวว่ายังมีเหตุการณ์เทอม1อีกพอควรเลย ใช่ไหมนะ)

ก็รอดูกันต่อไป คู่ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองแบบนี้confused smile

#6 By โคค่อน on 2008-11-16 10:57

โอ้ วินด์เก่งจัง
แต่ก็แอบสงสาร Dark Area ช่างเลือกคนมาปลอบได้เหมาะเจาะเสียนี่กระไร

ขำคนที่มาแอบดู
คำพูดที่เขียนบนกระดาษนี่รู้เลยว่าเป็นใคร

คิดว่าพี่สีฯ เขียนดีแล้วค่ะ ^^
ส่วนที่เป็นสาระกับตอนน่ารักๆ อ่านแล้วไม่สะดุดนะคะ
คือมันก็ไปด้วยกันได้ดี ถ้าเป็นอาหารก็ต้องบอกว่าอร่อยกลมกล่อมแหละค่ะ ไม่มีรสไหนจัดขึ้นมาเกินไป
(ยิ่งพูดเหมือนจะทำให้ยิ่งงง พอเถอะ = =)

รอตอนต่อไปนะคะ

#7 By ~*GyoKuRo*~ on 2008-11-16 11:35

อยากอ่านต่อ.....cry cry cry
รอคอนตินิวอยู่นะคร้าาาาาา

วินด์ตัวช่วยมากๆๆๆๆ น่ารักจริงๆbig smile

#8 By Rethy's on 2008-11-16 11:53

อา วินด์ก็เป็นคนน่ารักแฮะ *เคร้เคร้*
อ่านไปก็ขำไป เหมือนจะซึ้ง ... แต่ฮา 555
โดยเฉพาะคำที่เขียนบนกระดาษ รู้เลยว่าเป็นของใครบ้าง
ิิ
อนึ่ง เหล่า dark area เก่งเหมือนกันแฮะ

สู้ๆนะบูม cry
เอิ้ววววววว
หนูว่าพี่ตาลเขียนออกมาได้ดีแล้วล่ะกะ

จิ้นวายตอนสุดท้ายสุดยอดที่สุดดด!!
กร๊ากกกกกกกกกกก

#10 By ต้นปาล์ม on 2008-11-16 13:53

ถึงจะยาวแต่ก็อ่าน

อืม . . . ตอนจบนั่น เหอๆๆๆ

#11 By TEN+RON @Cubic S. on 2008-11-16 14:31

ตายละ เอนทรี่คราวที่แล้วไม่ได้เอะใจเลยซักนิดว่าตัวช่วยน่าจะเป็นวินด์แม้แต้น้อยwink เส้นผมบังภูเขามากเลยเรา
sad smile
วินด์สมเป็นคุณพ่อดีนะคะ กร๊าก~555

เขียนออกมาได้หลายๆรสปนๆกันผสมกำลังดีแล้วค่ะ

ป.ล.วินด์ปอมีตบท้ายจนได้สินะคู่นี้หึๆๆopen-mounthed smile

#12 By สะเงาะสะแงะ on 2008-11-16 15:33

แอบขำวินด์ตอนเห็นบูมร้องไห้...โธ่พ่อคุณ (หน้าปอตอนโยนกระดาษฮามากXDD)

ตอนนี้ให้ความรู้สึกเหมือนวินด์เป็นพี่ชายโอ๋น้องสาวเลย และก็ปลอบได้ดีซะด้วย เท่ชะมัด XDD

ชอบบทสนทนาของวินด์กับบูมมากมาย ช่วงกลางๆช่างชวนให้นึกถึงเพลงที่ร้องว่า "ไม่มีอะไรจะทำร้ายเธอ ได้เท่ากับเธอทำตัวของเธอเอง"ขึ้นมาตงิดๆ ;D
ปิดท้ายได้เด็ดมากวินด์
"คนเราน่ะ ถ้าไม่พยายามเพื่อสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ...แล้วจะพยายามเพื่ออะไรได้อีก"

อุแม่เจ้า...ได้ใจจริงๆ!

#13 By -((666 Error))- on 2008-11-16 16:53

Dark area mission complete~
ขำข้อความบนกระดาษอย่างแรง
รู้สึกอ่านแล้วใช่ 55+

วินด์ใช้ได้ผล
ดาร์คเอเรียภารกิจลุล่วง
ธูปสุดยอด

แต่วินด์*ปอสุดยอดกว่า ฮริ้วววcry

#14 By ป.ปุ้น,,, on 2008-11-16 18:02

ไม่รู้จะเม้นอะไร เพราะคนเม้นหมดแล้ว (โดนพี่สีโบก)

เอาเป็นว่า...

ขอหนูบูมมาเป็นหลานได้ไหมคะ?
*เผ่น

#15 By Ruii on 2008-11-16 19:22

confused smile

#16 By b-padung Studio on 2008-11-16 22:51

แว่บมาเมนท์ ที่จริงตรูจะสอบวันพฤหัส รอบนี้เมนท์สั้นๆละกันที่รัก~

รักวินด์ >///<

ชอบวินด์เครียด ชอบวินด์ต๊กกะใจ ชอบวินด์แพ้น้ำตาสาว ชอบวินด์โดน dark area ไซโคมาก

ลูกเอ็งสุดยอด กร้ากกกกกกกก

สรุปนี่คือสนิทกันแล้วสินะ(ฮา)
(ไม่สนิทได้ไง dark area มี"หนูปอ"อยู่ทั้งคนนี่นา โฮะโฮะโฮะ)

จบตอนนี้เคลียร์ปมไปได้หนึ่งปม เหลือบทคุณครูออก แล้วคู่นี้คงผ่านพ้นปัญหากันไปได้...สักเปลาะ...พอดี

คุณลูกมีบทด้วย =[]=
(ธูป : ไม่เป็นไรครับแม่ ค่า msg 3 บาท เพื่อเพื่อนผมจ่ายได้ )

รอตอนหน้ามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ รอคุณพ่อออออออ

#17 By thoop-aathewolf on 2008-11-17 21:29

ไชโย้ เดาถูกจริงๆด้วยว่าต้องเป็นหนูวินด์ แต่แหม เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ เปิดฉากมาปุ๊บก็พังสะพานเลยนะนั่น ดีว่ากู้กลับไว้ได้ทัน สมแล้วกับที่เป็นวินด์

แอบสงสารวินด์ ทั้งๆที่ตั้งใจจะแยกตัวเป็นหมาป่าเดียวดาย ดันโดนDark Area เกาะหลังมาทั้งฝูง แถมโดนถีบให้ไปเป็นศิราณีอีกตะหาก สุดยอดจะตรงกันข้ามกับความตั้งใจ (แต่อีแบบนี้กำแพงใจคงทลายเร็วขึ้นหลายสิบเท่า)

ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเหาที่ท่านเรียก

อ่านมาถึงบรรทัดนี้ถึงกับก๊ากแตก ไม่ไหวแล้วมุขนี้ มาได้ไงเนี่ย

คิดว่าวินด์เหมาะแล้วที่จะมาเป็น"ผู้ช่วย" เพราะวินด์พูดได้ตรงประเด็น เสียบทะลุเป้า และเบิกเนตรแบบน้อยคนนักจะกล้า

"แล้วถ้าเธอไม่สำคัญกับมันจริงๆ นั่นจะหมายความว่า มันไม่สำคัญกับเธออีกต่อไปด้วยรึเปล่า"


เห็นด้วยกับประโยคนี้อย่างแรง คนที่เรารัก ต่อให้เขาเมินเรา ก็ยังอดห่วงไม่ได้อยู่ดีน่ะแหละ

"คนเราน่ะ ถ้าไม่พยายามเพื่อสิ่งที่เราเห็นว่าสำคัญ...แล้วจะพยายามเพื่ออะไรได้อีก"

ชอบประโยคนี้มากๆเลยค่ะ *พุ่งเสียบทะลุหัวใจ*

ว่าแต่...แล้วหนูวินด์จะพยายามเพื่อหนูปอมั้ยคะ...

(/โดนท่านรุยโบก)

ชอบออกค่ะ ฉากวายของเมะซึนกับเกะยั่ว หนูปอเริ่มอัพสกิลเนียน ตามธูปไปติดๆเลยนะนั่น

"คนที่ไม่รู้ใจตัวเองซะที..."

กร๊ากกก แสดงว่าหนูปอรู้ตัวแล้วใช่มั้ยคะว่าใจตัวเองคิดยังไง กริ๊วววววว

รออ่านคุณพ่อสุดหล่อ และบทบาทของครูๆในตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อค่ะ ดีใจจังที่มีคนเขียนให้นักเรียนกับครูมาintersectกันบ้าง หายากจัง

#18 By irindel on 2008-11-18 15:28