[CS]HW09 : เติมเต็ม I
posted on 02 Nov 2008 13:32 by boomcubic in Homeworkตอนต่อจาก
เชิญทัศนา
[ PartI l Part II l Part III l Part IV l Part V l Part VI]
เสียงสัญญาณจากเครื่องคอมพิวเตอร์เรียกความสนใจจากผู้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย ให้ละจากหนังสือที่อ่านอยู่ จากนั้นเสียบที่คั่นกระดาษตรงหน้าที่ค้างไว้ แล้วจึงลุกขึ้นเดินมายังโต๊ะคอมพิวเตอร์ที่ตั้งอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลกันนัก
ด้วยรู้สึกว่าผมด้านหลังชักจะรุ่ยร่าย หญิงสาวจึงคลายปมที่ตลบไว้ออก จากนั้นก็ม้วนให้เรียบร้อยขึ้น เธอมักจะใช้ปิ่นปักหรือกิ๊บหนีบผมไว้ด้านหลังอย่างนี้เสมอ เพราะความที่เป็นคนผมหนา ถ้าปล่อยยาวสยายโดยไม่จัดการอะไรเลยก็จะเป็นอุปสรรคเวลาทำอะไรหลายอย่าง โดยเฉพาะเวลาวาดรูป
เมื่อจัดการกับผมของตนเรียบร้อย มือเรียวสวยก็เอื้อมไปจับเมาส์หนูสีขาวบนที่รองลายดอกไม้ ขยับนิดหนึ่งเพื่อเปลี่ยนจากหน้าจอสีดำมืดให้ปรากฏโปรแกรมบราวเซอร์ที่เปิดค้างทิ้งไว้ก่อนหน้า จากนั้นก็เคลื่อนเมาส์ไปคลิกดูแถบสเตตัสดาวน์โหลดไฟล์ ตัวเลขที่แสดงคือ...เจ็ดสิบห้าจุดหกเปอร์เซ็นต์...นั่นก็หมายความว่าเสียงเมื่อครู่ไม่ใช่เสียงเตือนว่าดาวน์โหลดเสร็จ จึงเบนความสนใจไปยังโปรแกรมสนทนาที่เธอตั้ง away เอาไว้ แล้วก็เป็นช่วงเวลาเหมาะเจาะเพราะโปรแกรมส่งข้อความเตือนมาอีกครั้งพอดี
Boomy send you 1 new email message
พอเห็นชื่อคนส่ง ยิ้มบางก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
กัมปนาท...เจ้าของเมลล์นั้นเป็นนักเรียนของเธอ ซึ่งค่อนข้างจะคุ้นเคยกันเป็นพิเศษแม้เวลาจะผ่านเพียงไม่นาน จากที่เคยใช้อีเมลล์ติดต่อกันเพื่อส่งรายงาน พวกเธอทั้งสองก็เริ่มแลกเปลี่ยนเรื่องราวในแต่ละวันให้แก่กัน โดยเฉพาะทางกัมปนาทซึ่งเป็นคนเปิดเผยกว่า มาจนถึงเวลานี้จึงทำให้ครูสาวรู้เรื่องของลูกศิษย์ตัวเองมากมาย...ส่วนสาเหตุของความคุ้นเคยนั้น ตัวเธอเองก็อธิบายไม่ถูก สิ่งที่เธอรู้มีเพียงแค่มันเป็นความลงตัวอย่างประหลาด ซึ่งนั่นคงอาจเป็นเพราะระหว่างเธอสองคนมีอะไรบางอย่างที่สื่อถึงกันได้
ตัวกัมปนาทเองก็คงคิดเหมือนเธอด้วยเช่นกัน
มือเรียวบางขยับเมาส์เพื่อคลิกเปิดอีเมลล์ พอหน้าจอปรากฏขึ้น นัยน์ตาสวยคมก็ทยอยไล่สายตาไปตามตัวอักษร เรื่องราวที่เกิดขึ้นในแต่ละสัปดาห์ถูกถ่ายทอดลงมาเป็นข้อความ ทั้งเรื่องที่บ้าน เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน...แล้วก็เรื่องความรัก
มาถึงตรงจุดนี้ครูสาวก็อดยิ้มไม่ได้
ความรัก...รึเปล่านะ ของลูกศิษย์เธอนั้น อ่านแล้วออกจะชวนปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ในช่วงหลายเดือนที่ได้เฝ้ามองลูกศิษย์คนนี้มา เธอคิดว่าเด็กคนนี้ออกจะมีความซับซ้อนอยู่ในตัว บางครั้งก็จริงจัง มีเหตุผลเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ หากในบางครั้ง...บางครั้งที่มักจะเป็นด้านอารมณ์ ความรู้สึก...ความรัก
เธอรู้สึกราวกับเห็นภาพซ้อนของเด็กหญิงตัวน้อยๆ
From : boompineapple@hotmail.com
To : natcha_mai@hotmail.com
สวัสดีค่ะครูนัช
บูมไม่ได้ส่งมาคุยซะยาวเลย พอดีช่วงนี้มีอะไรเยอะแยะให้ทำเต็มไปหมดเลยค่ะ พอมีเวลาว่างถึงได้มาเขียน เพราะงั้นเนื้อหาอีเมลล์ฉบับนี้อาจจะยาวซักหน่อยนะคะ
มาถึงตอนนี้ แผนการเรื่องคุณภูมิยังไม่คืบหน้าไปเท่าไหร่เลยค่ะ...ตอนแรกแมนแนะนำว่าให้ลองหว่านล้อมคุณภูมิให้ได้ก่อน บูมก็เลยตกลงกันว่าจะไปเจรจาให้คุณภูมิทำงานปลูกถั่วด้วยกันแต่สุดท้ายแผนก็ล้มเหลวเพราะคุณภูมิมีคู่อยู่แล้วน่ะค่ะ -*-
น่าเสียดาย...แต่มันก็เหมือนได้อะไรอีกอย่างมาแทนนะคะ เพราะครั้งนี้ทำให้บูมได้คุยกับวินด์มากขึ้นด้วยล่ะ พอดีเราได้มาจับคู่ปลูกถั่วด้วยกันแทนน่ะค่ะ จากที่ตอนแรกไม่ค่อยได้คุยกันเลย
วินด์เขาเป็นคนน่ารักกว่าที่คิดนะคะ ไม่รู้ทำไมถึงไม่ค่อยยอมพูดยอมจา ทั้งๆที่จริงๆก็ใจดีออก บูมคิดว่าคนที่เย็นชาใจร้ายจริงๆน่ะไม่น่าใจดีกับสัตว์ได้ขนาดนั้นหรอกเนอะ ครูนัชคิดเหมือนกันมั้ยคะ
ยังไงก็ตามแต่ ตอนนี้เราก็สนิทกันไปแล้วล่ะค่ะ
บูมมีเพื่อนเพิ่มอีกคนแล้วล่ะ^^
+++++++++++++++++++
อ่านถึงตรงนี้แล้วครูสาวก็หัวเราะคิก
สนิทงั้นเหรอ คือ แหม...เธอยังคงจำสีหน้าของรวินท์ได้ไม่ลืม ตอนที่กัมปนาทเดิน...พุ่งเข้าไปขอจับคู่รายงานวิชาภาษาไทย นี่ถ้าเธอไม่บังเอิญผ่านไปแถวนั้น ก็คงอีกนาน...นานมากทีเดียวกว่าจะได้เห็นเด็กหนุ่มหน้าบึ้งคนนั้นแสดงสีหน้าอะไรที่แบบว่า...เอ้อ ถ้าโดดตึกสามชั้นแล้วไม่เจ็บหนักเขาคงพุ่งออกจากหน้าต่างไปแล้ว
ก็คงสนิทกันไปอีกแบบล่ะมั้ง...
นัชชาหัวเราะเบาๆอีกครั้ง จากนั้นก็ตั้งสมาธิอ่านเนื้อความต่อไป
+++++++++++++++++++
ถึงจะได้เพื่อนเพิ่มแบบนี้ แต่ดูท่าจะยังอีกนานเลยนะคะกว่าเรื่องของคุณภูมิจะคืบหน้า...แย่จัง แต่ก็นะ ครูนัชเคยบอกบูมใช่มั้ยคะว่าบางอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป บูมก็เข้าใจนะคะ แต่บางทีมันก็อดไม่ได้ ปะป๊า คุณพ่อ แล้วก็พี่ๆชอบบอกบูมบ่อยๆน่ะค่ะว่าบูมน่ะใจร้อนเกินไป เรื่องหลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องความรักนี่เราต้องใจเย็นๆ
ความรักนี่มันวุ่นวายจังเลยนะคะ...แต่บูมก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่านะ จากที่ได้เห็นเฮียบอม แล้วก็ปะป๊า...สมัยคุณแม่ยังอยู่ มันเป็นอะไรที่เห็นแล้วรู้สึกดีจริงๆ
สักวันบูมต้องเป็นแบบนั้นให้ได้แน่ๆค่ะ
พูดถึงเรื่องความรักแล้ว อดคิดถึงแมนไม่ได้เนอะ แมนเขาดูจะรู้เรื่องนี้ดีจริงๆ คอยเป็นที่ปรึกษาให้บูมตลอดเลย แมนใจดีมากๆเลยล่ะค่ะ เอ้อ บูมมีอะไรจะเล่าล่ะค่ะ คือเมื่อช่วงอาทิตย์ที่แล้ว บูมได้ไปเดินพารากอนอย่างบ่อยเพราะต้องหาซื้อของ
บูมเจอแมนแทบทุกวันเลยค่ะ
แล้วครูนัชก็พอจะเดาได้ใช่มั้ยคะว่าบูมจะไปเจอแมนเดินห้าง...กับใคร...ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นหน้าบูมแล้วแมนชอบทำหน้าซีดๆเนอะ ทำยังกะเห็นผีแน่ะ ทำเหมือนกลัวบูมจับได้ทั้งๆที่ก็รู้ๆกันอยู่ล่ะว่าในมือถือแมนเมมเบอร์กันไว้กี่เบอร์(บูมไม่ได้จะบอกว่าที่เจอทุกวันนี่ไม่ซ้ำหน้านะคะ)
เห็นแล้วบูมอดขำไม่ได้เลยค่ะ
แต่ถึงแมนจะตลกแมนก็น่ารักนะคะ อืม ถึงจะไม่ชอบให้พูดว่าน่ารักซักเท่าไหร่ ไม่รู้ทำไมแฮะ พูดถึงทีไรก็ทำหน้ากระอักกระอ่วนไม่ยอมมองตาทุกที...หรือคำว่าน่ารักนี่เขาไม่ใช่กับผู้ชาย...อื่ม ไม่สิ เฮียบอมออกจะบอกว่าตัวเองน่ารักอย่างบ่อยโดยเฉพาะกับพี่กุ้ง(แฟนเฮียบอมน่ะค่ะ)
บางทีบูมก็ไม่เข้าใจแมนเลยค่ะ
+++++++++++++++++++
คราวนี้นัชชาถึงกับส่ายหน้า
โธ่เอ๊ย...แมนนี่น่าสงสารจริงๆ
ภาพของเด็กหนุ่มหัวเกรียนเจ้าของรอยยิ้มมีเสน่ห์(ในความคิดของเจ้าตัว)ลอยวาบขึ้นมา หากในจินตนาการนั้น เธอไม่พบใบหน้าเปี่ยมความมั่นใจอย่างเคย แต่เป็นภาพของเด็กหนุ่มที่ออกจะ...สับสน เหมือนวัยรุ่นริรัก เวลาทำตัวไม่ถูกเมื่ออยู่ต่อหน้าคนที่ชอบพอ
ทำไมถึงคิดอย่างนั้นไปได้หนอ...เธอก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน
และหากจะว่าไป...นับตั้งแต่กัมปนาทเริ่มส่งจดหมายเล่าเรื่องราวกับเธอมา นอกจากตัวตนของเด็กสาวแล้ว ก็มีสงกรานต์คนนี้นี่แหละที่เธอเหมือนจะคุ้นเคยมากเป็นพิเศษ ทั้งๆที่ในความเป็นจริง จำนวนคำที่คุยกันนั้นแทบนับนิ้วได้
คุ้นเคยเพราะเนื้อความที่ถ่ายทอดผ่านถ้อยคำ
คุ้นเคยมากกว่าภูมิ...คนที่ลูกศิษย์สาวน้อยของเธอบอกว่าเป็นรักแรกเสียอีก
คิดถึงตรงนี้...รอยยิ้มบางก็ผุดพรายขึ้นที่ริมฝีปากอีกครั้ง
...ก็แปลกดี
ชอบอีกคน แต่พูดถึงอีกคนตลอดเวลา
หญิงสาวดึงความคิดให้กลับมาอยู่กับจดหมายอีกครั้ง เรื่องราวต่อมาเริ่มวกเข้ากิจกรรมกีฬาสี เด็กสาวบ่นอุบทีเดียวที่ต้องอยู่คนละสีกับเธอ...ซึ่งที่จริงแล้วหญิงสาวก็เสียดายเหมือนกัน เพราะออกจะอยากเห็นอย่างใกล้ชิดเสียหน่อยว่ากัมปนาทคนนี้จะทำตัวได้สมชื่อแค่ไหน หากผลออกมาเช่นนี้ก็ช่วยไม่ได้ และจะว่าไปคอยดูจากฝั่งตรงข้ามก็น่าสนใจดีไม่หยอก
ย่อหน้าถัดมากัมปนาทเล่าให้ฟังว่าเธอได้เป็นเชียร์ลีดเดอร์แล้วก็ลงกีฬาวิ่งวิบาก นอกจากนั้นก็ยังได้ช่วยเรื่องฝ่ายศิลป์อะไรอีกนิดหน่อย...เล่าเรื่องแพททริเซียที่ทำหน้าที่ประธานสีได้อย่างดีเกินคาด(ในความคิดของใครหลายคน) ครูสาวไล่สายตาเรื่อยมา อมยิ้มบ้างหัวเราะบ้าง ถ้าเล่าเรื่องออกมาได้สดใสเช่นนี้...ท่าทางลูกศิษย์ของเธอก็คงจะร่าเริงดีเหมือนเคย
หากพออ่านมาจนจบ ข้อความในปัจฉิมลิขิตก็เปลี่ยนความคิดของเธอโดยพลัน
+++++++++++++++++++
ปล. ครูนัช...เคยสงสัยบ้างมั้ยคะ ว่าเพื่อนของเรา เห็นเราสำคัญ เท่ากับที่เราเห็นว่าเขาสำคัญรึเปล่า




*ตบตี*
รู้สึกแปลกกกกกกกกกกกกกกกกก ไม่แพ้กัน
กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
#1 By [:+:Por:+:] on 2008-11-02 21:40