[CS] YY : ยามบ่ายของวายวาย
posted on 20 Oct 2008 17:10 by boomcubic in YoYin-Sidestoryมันคืออดีตของฟิคยาว แต่เขียนไม่จบ จะทิ้งก็เสียดาย เลยหั่นมาแปลงเป็นวันชอตขำขำ(ชั่วอีกแล้ว)
กำลังใจแด่น้องเห็ด สอบสู้ตายเหวย
อารมณ์ เรื่อยๆ หลับๆ ของตอนบ่ายชิวๆก้ะ
เชิญทัศนา
Credit โครงการ : http://cubicschool.exteen.com
แขกรับเชิญ : โย หยิน เย้เย ฟ้าเหมือนฝัน ธูป ฟ้าเทียน ลี่ลี่ วิ
"ที่ไหนไม่วุ่นวาย ที่นั่นไม่ใช่โรงเรียนลูกบาศก์"
จากสมุดบันทึกของ - รวิระ วิญญรักษา
แสงแดดตอนนี้แผดแรง อากาศร้อนจนเหงื่อไหลเป็นสาย หลายคนจึงเลือกจะนั่งนิ่งไม่ผลาญพลังงาน หากก็ยังมีเห็ดหัวกลมๆวิ่งตัวปลิวไปกลางแดดจ้า จุดหมายคือรถเข็นคันเก่าสั่นกระดิ่งกรุ๋งกริ๋ง ถังน้ำแข็งที่ตั้งอยู่ในนั้นอัดแน่นไปด้วยหวานเย็นน้ำอัดลม ขนมที่ทุกคนในห้องให้คำจำกัดความว่า"โคตรเด็ก" แต่ก็แย่งกันซื้อมันซะทุกวัน
คนรุมล้อมอยู่รอบรถเต็มไปหมด เคล็ดวิชามารจึงถูกขุดมาใช้ ทั้งเหยียบเท้า ศอก ถอง สารพัดสารเพ จนสุดท้ายก็ได้ของกินมาในมือ ลูกศิษย์สำนักบู๊ลิ้มเล็งหาที่นั่ง หันซ้าย ขวา แล้วตกลงปลงใจกับม้าหินข้างสนาม ไกลออกไป พวกผู้ชายกำลังเขี่ยลูกกลมๆกันอย่างเมามัน เธอนั่งมองอยู่ให้ลมโกรกสักพักก็ละสายตาจากภาพนั้น หลับตาลง หยิบแท่งไอกรีมเข้าปากแล้วปล่อยให้ความหวานซึมซาบสู่ปลายลิ้น
อากาศร้อนๆ มันต้องอย่างนี้ซี่!
"หยดลงเสื้อแล้วนั่น"
เสียงเรียกทำให้คนกำลังกินเพลินๆหยุดชะงัก ก้มลงจะดูว่าเลอะจริงไม่จริง หากสายตาเฉียบคมพลันเหลือบเห็นเงาร่างสูงที่กระเดื้อบเข้ามา พอเดาเป้าหมายอีกฝ่ายได้รางๆ ริมฝีปากบางก็เหยียดยิ้ม...มาไม้นี้ ขืนเสียโง่ก็เสียทีเกิดเป็นเห็ดแล้ว
เธอรอให้มันใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา ใกล้เข้ามา...
แล้วกระชากถุงขนมหลบทันทีที่อีกฝ่ายเงื้อมือเข้ามาแย่ง
"เสียใจเว้ยโย อยากกิน ซื้อเอง"
คนตัวเล็กยื่นหน้าเยาะเย้ยด้วยความสะใจ อีกฝ่ายเบ้ปากใส่ ใบหน้าคร้ามคมที่สาวกรี้ดกร้าดบัดนี้กระตุกยิกๆด้วยความเคือง อารมณ์ว่ามันเสียหน้า อุตส่าห์ชะแวบทำเนียนมากะฉกทั้งทีดันพลาดให้มันด่าเอาซะได้
"งก"
เด็กหนุ่มสวนเข้าเป้าตรงประเด็น หากอีกฝ่ายนอกจากไม่รับยังเขวี้ยงกลับคืนใส่หน้า
"แกน่ะแหละงก ไอติมไม้แค่สองบาท เป็นนายแบบทั้งทีอย่าตระหนี่นักดิว้า" ว่าจบก็ลอยหน้าลอยตายกถุงโฉบผ่านหน้า คนมองอยากถีบหากก็ถีบไม่ได้ เลยใช้วิธีโบกหัวเอาเสียแทน
"เออ ไม่มีน้ำใจก็ไม่ขอก็ได้วะ แล้วไหนขยับหน่อยเด๊ะ ม้าตัวเบ้อเริ่มนั่งซะเต็ม เผื่อไว้ให้ชาวบ้านเขามั่ง" คนพูดไม่พูดเปล่า ยังล้มตัวลงเบียด เล่นเอาคนข้างๆแทบกระเด็นออกจากม้านั่ง ซึ่งพอตั้งหลักได้ปากฉับๆก็หันมาโวยใส่ทันที
"โว้ย ไอ้บ้า มารยาทน่ะหาๆมาใส่ตัวไว้บ้างเด้"
คนมารยาทไม่มียักไหล่ "ฉันเก็บไว้ใช้กับคนที่ควรใช้"
"แล้วถ้าเมื่อกี๊ไม้จิ้มทิ่มคอฉันทำไง"
"เป็นงั้นจริงแกก็ไม่ต้องห่วงแล้ว เดี๋ยวก็มีคนจับใส่โลงจองวัดขึ้นเผาให้เองแหละ"
"พยายามฆ่า" ชี้หน้ายัดข้อกล่าวหาให้จำเลย
"ไม่ได้เจตนา ติดคุกจริงก็ไม่นานหรอก"
"ไอ้..."
"สองคนนั้นนี่สนิทกันดีจังนะจ๊ะ ธูปว่ามั้ย"
เด็กสาวผมยาว มัดตึงเรียบร้อย กล่าวถึงสองคนที่นั่งคู่กันข้างสนามอยู่ไกลๆ พร้อมรินชาใส่ถ้วยของเขาซึ่งโดนลากมาร่วมวงน้ำชายามบ่าย บริเวณที่นั่งอยู่ขณะนี้เป็นพื้นสนามหญ้า รายล้อมไปด้วยเงาไม้ร่มรื่น มองออกไปจะเห็นบรรยากาศในสนามกีฬาได้ชัดเจน
"น่าจะ" รวิระตอบเรียบๆ พลางปรายตามองไปยังผู้ที่ถูกกล่าวถึง ริมฝีปากกระตุกนิดหนึ่งเมื่อน้องสาวบินแวบมากระซิบพากย์บรรยากาศสดข้างสนามแบบเกาะติดขอบจอ...สนิทจนตายกันไปข้างเลยล่ะ
ลลนายิ้มบางๆรับคำตอบ ก่อนหันไปหาเด็กสาวที่ก้มหน้างุดกับการจดอะไรยิกๆ
"ฟ้าเทียนเติมน้ำชาเพิ่มมั้ยจ้ะ"
"ไม่ล่ะ ขอบใจ"
"ฟ้าล่ะ"
เหมือนฝันกล่าวขอบคุณ พลางยื่นถ้วยชาออกไปให้ "รบกวนหน่อยแล้วกันจ้ะ"
มือบางรับถ้วยจากมือของอีกฝ่าย จากนั้นก็บรรจงเทลงช้าๆ นัยน์ตาสีน้ำตาลจดจ้องอยู่ตรงสายน้ำซึ่งไหลจากจากที่สูงลงต่ำ ก่อนเปรยเบาๆ
"บางทีเราน่าจะเรียกสองคนนั้นมานั่งด้วยกันนะ"
"ไว้รอพวกเขามาหาพวกเราเองดีกว่าจ้ะ ฉันว่า" เหมือนฝันตอบยิ้มๆ
"อ้าว ไหงงั้นล่ะ"
"ฉันเห็นด้วย" ทิฆัมพรออกความเห็น
"แล้วธูป...?"
เขาไม่ตอบ หากพยักหน้าไปทางทิฆัมพรเป็นเชิงว่าคิดเหมือนกัน
เมื่อเห็นคำตอบของทุกคนไปในทางเดียวกัน...ซึ่งเป็นคนละทางกับเธอ เด็กสาวเชื้อสายฝรั่งเศสก็ทำแก้มพองลม ก่อนเอ่ยตัดพ้ออย่างไม่จริงจังนัก
"แหม ไม่เข้าใจพวกเธอเลย ทุกคนนี่คิดอะไรไม่บอกลี่ลี่กันบ้าง"
ได้ยินเช่นนั้นเหมือนฝันก็หัวเราะเบาๆ
"เห็นลี่ลี่เข้าใจอะไรยากแบบนี้แล้วสงสารใครบางคนจัง"
ลลนาทำตาปริบๆ "ฟ้าหมายความว่าไงเหรอจ๊ะ"
คนถูกถามไม่ตอบ แต่เปลี่ยนเรื่อง
"เอาเป็นว่าปล่อยสองคนนั้นไปอย่างนั้นเถอะจ้ะ"
"โธ่ ไม่ยอมบอกอะไรเลยแบบนี้ แล้วลี่ลี่จะเข้าใจได้ยังไง" ลลนาโอดครวญ หันไปทางเพื่อนที่นั่งรอบๆซ้ายที ขวาที หากก็ไม่มีใครยอมอธิบายให้เธอเข้าใจ แล้วก็พลันนึกขึ้นได้ว่ามีอีกคนหนึ่งซึ่งยังไม่เคยเปิดปากพูดเลยตลอดการสนทนา เด็กสาวจึงหันไปสะกิดให้เจ้าตัวเงยหน้าจากหนังสือว่าด้วยผู้มาเยือนจากนอกโลก แล้วเอ่ยถาม
"แล้ววิล่ะ คิดว่าไงเหรอจ๊ะ"
"เฮ้ย โย ตกลงจะเล่นต่อมั้ยวะ"
เสียงห้าวๆที่ดังสอดขึ้นทำการสนทนาหยุดชะงัก คนบนม้านั่งหยุดโวยใส่กัน แล้วเงยหน้าขึ้นมองหนุ่มลูกครึ่งที่โบกมือไหวๆอยู่กลางสนาม จากนั้นก็เป็นวาโยที่ตะโกนตอบกลับไปว่า
"ไม่ละเย้ ฉันพอละ พวกแกเล่นกันต่อไปเหอะ"
"แพ้อะดิถึงได้เลิก" คนนั่งด้านข้างแขวะต่อพลางยกหวานเย็นขึ้นดูดดร๊วบ
เด็กหนุ่มปรายมองเหยียดหยามด้วยหางตา โบกมือขอบายให้กรินทร์อีกหนึ่งที ก่อนหันมาพูดพร้อมชูสองนิ้วแล้วกำมือ ช้าๆ
"2-0 ต่างหาก"
"แล้วแกอยู่ฝั่งสองหรือฝั่งศูนย์ล่ะ" ประทานพรหรี่ตาถาม
คำตอบรู้ทันเล่นเอามุมปากอีกฝ่ายกระตุกยิกๆ ก่อนพูดตอบอย่างไม่เต็มปากนัก
"ฉันไม่ได้แพ้มันซะทุกครั้งหรอกน่า"
"อ่อเหรอ" คนตอบลากเสียง
"เฮ้ย ทำหน้างี้ไม่เชื่อกันเหรอวะ งั้นมาเจอกันหน่อยเลยมา" วาโยท้าพร้อมสะกิดให้อีกฝ่ายหันมา และพอเด็กสาวเงยหน้าขึ้น มือใหญ่ก็ยกขึ้นชี้ในระดับสายตาของอีกฝ่าย สะบัดไปทาง ซ้าย ขวา แล้วอธิบาย
"แกมองตามมือฉันยังงี้นะ แล้วเดี๋ยวฉันจะสะบัดซ้าย สะบัดขวา ถ้าแกหันไปข้างเดียวกับทางที่ฉันชี้ แกแพ้ เกตมะ"
"เล่นอะไรปัญญาอ่อน"
"กล้าเล่นไม่กล้า เห็ด" เด็กหนุ่มงั้นไม้ตาย
เหวย ด่าอะไรไม่ว่าขออย่าหาว่าเป็นเห็ด โดนจี้จุดเข้าอย่างจังเยี่ยงนี้ประทานพรจะถอยก็ใช่ที่ แล้วไอ้เกมนี้ถ้าจะกะให้เธอเขวล่ะก็ ขำ! ท้าใครไม่ท้าท้าหยินน้องหยาง ต้องรับมือปลาไหลกะล่อนปลิ้นปล้อนมาตั้งแต่เกิดอย่างเธอนี่จะแพ้เกมขำๆแค่นี้ มิมีวัน จึงหันไปประจันหน้า พลางจัดท่าทางเตรียมพร้อมเต็มที่
"เอางั้นก็ด้าย มาเล้ย"
เธอแยกเขี้ยวตอบมันเพื่อรับคำท้า จากนั้นก็จ้องมือคนตรงหน้าเขม็ง เพ่งสมาธิ คิดอยู่ในใจว่าจะออก ซ้าย ขวา ซ้าย หรือขวา และท่องไว้เป็นแม่นมันว่ามันหันข้างไหนเธอต้องหันไปตรงข้าม...ซ้าย ขวา ซ้าย หรือวา
ทันใดมืออีกฝ่ายก็สะบัดพรึ่บ...ทางซ้าย
เธอหันไป...ทางขวา
ชนะ!
ประทานพรหันไปยิ้มเย้ยด้วยอารมณ์สะใจ หากก็ต้องยิ้มค้างเมื่ออีกฝ่ายก็ฉีกยิ้มให้เช่นกัน คนชนะยังงงๆอยู่อีกพัก จนนึกขึ้นได้ว่าเหมือนลืมอะไรไปอย่าง...อะไรวะ อะไรหว่า ทำไมมันยิ้มเหมือนคนบ้า เอ๊ะแล้วทำไมมือมันเบาๆ
พลันเด็กสาวก็ได้คำตอบเมื่อเห็นถุงหวานเย็นของตนถูกโบกมาเย้ยตรงหน้า โดยคนอันเป็นต้นเหตุยืนฉีกยิ้มกว้าง
"ฉันชนะ"
...
...
...
"เฮ้ย!"
แล้วจากนั้น ความวุ่นวายก็เริ่มต้นขึ้น
"ตายแล้ว" สาวลูกครึ่งอุทานเบาๆ มือที่จัดเรียงขนมคุกกี้อยู่หยุดลง เมื่อได้ยินเสียงโห่ฮาดังมาจากในสนาม พอมองลงไปก็สองคนต้นเหตุกำลังวิ่งไล่กันอยู่ โดยมีพวกคนในสนามซึ่งบัดนี้เลิกเตะบอลหันมาเชียร์มวยกันเสียแทน
"มวยรอบบ่ายเริ่มแล้วสินะ" เหมือนฝันพูดยิ้มๆ
"คิดว่าใครจะชนะ" รวิระเปรยถามความเห็น
"ห้าสิบ ห้าสิบ" คราวนี้ทิฆัมพรเป็นคนตอบ
เด็กหนุ่มหันไปเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม "นี่เธอสนใจเรื่องของสองคนนั้นด้วย?"
"ชื่อต้นสองคนนั้นเป็นตัววายน่ะ"
"อ้อ..." เจอเหตุผลแบบนี้เข้าไปก็ไม่รู้จะเถียงอะไรต่อ
"ว่าแต่ลี่ลี่ คราวนี้หายสงสัยรึยังจ้ะ" เหมือนฝันเอ่ยถามเด็กสาวที่นั่งข้างๆ
ลลนายิ้มกว้าง ก่อนทอดสายตาไปยังท้องสนามเบื้องล่าง แล้วก็หัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่เมื่อทันได้เห็นภาพประทานพรคว้าคอเสื้อของวาโย แล้วเอาหัวกระแทกจนอีกฝ่ายหน้าหงาย ท่ามกลางเสียงเฮและหัวเราะของพวกผู้ชายที่รายล้อมอยู่โดยรอบ
เด็กสาวหันไปสบตาเพื่อนสนิทอีกครั้ง ก่อนเอ่ย
"จ้ะ คราวนี้เคลียร์แล้วล่ะ"
ก็ทั้งได้เห็น ทั้งได้วิช่วยชี้ขนาดนี้นี่นะ
"ใช่มั้ยจ้ะวิ"
ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเด็กหนุ่มหน้าตาย แต่แม้คำถามครั้งนี้จะไม่ได้รับคำตอบ รอยยิ้มกว้างก็ยังประดับขึ้นบนริมฝีปาก เมื่อเด็กสาวหวนนึกถึงคำตอบก่อนหน้า ซึ่งทวิชาช่วยให้ไว้จนแจ่มกระจ่างแก่ใจว่า
"ปล่อยสองคนนั้นเขาจีบกันต่อไปเถอะ"
++++++++++++++++
- หาบทใส่ให้วิจนได้ มาประโยคเดียวจอด
- ถามว่าทำไมถึงให้พูดแบบนี้ นั่นคือในประวัติ ผปค. เขียนไว้ว่าเป็นคนมองความรู้สึกคนอื่นได้เก่งมาก แต่แสดงออกไม่เก่ง จึงคิดว่าน่าจะเหมาะเอาคำนี้ใส่ปาก
- ที่มานั่งทานน้ำชาเพราะบังเอิญผ่านมาแ้ล้วโดนเรียก แต่นั่งแล้วก็ไม่ได้คุยอะไร พูดแค่คำเดียว
- ลองเขียนมุมมองกว้างๆ ไม่เจาะตัวละครไหนซักตัวดู รู้สึกฟิคนี้มันแอบหลับๆ 555+




วิมาประโยคเดียวจอดแต่จี๊ดใจจริง
วะฮะฮ่า~~
ป.ล.กำลังใจเค้ามาแว้วว อ่านแล้วกิ๊วก๊าว เคร้เคร้
#1 By ป.ปุ้น,,, on 2008-10-20 17:24