[CS] TF : เตรียมตัวกีฬาสี I
posted on 11 Oct 2008 15:15 by boomcubic in Homeworkเห็นผอ. อัพบอกไว้ว่าควรลงก่อนวันที่ 16 ข้อมูลของฝั่งบูมตอนนี้ยังไม่ลงตัวเท่าไหร่ ผปค.ของสองท่านนี้ก็ไม่ว่าง เลยใช้ฐานะร่างทรงเขียนแทนไปก่อนนะเคอะ
งานนี้จะตอบโจทย์เรื่อง
- ความรู้สึกหลังจากที่รู้ผลการแบ่งสี
- ความรู้สึกหลังการประกาศกีฬาที่แข่งขัน(ในวันเดียวกัน) รวมถึงว่าตัวเองอยากแข่งอะไร
ส่วน คนที่ขี้เกียจอ่านฟิค มีสรุปให้ด้านล่างนะคะ
เชิญทัศนา
Credit โครงการ : http://cubicschool.exteen.com
แขกรับเชิญ : ธูป ฟ้าเทียน เทียน
อืม...สีเขียว
เขายืนกอดอกจ้องประกาศแบ่งสีที่ติดอยู่หน้าห้อง โรงเรียนนี้แบ่งแค่สองสี นึกถึงสมัยอนุบาลพิกลแฮะ แต่มันก็มีกันแค่นี้น่ะนะ ขืนแบ่งย่อยกว่านี้แต่ละสีคงไม่ต้องทำอะไรนอกจากล้อมวงหมากเก็บ ทำนองนั้น
นัยน์ตาดำไล่กวาดมองรายชื่อ คนที่เขาค่อนข้างคุ้นแบ่งไปอยู่อีกฝ่ายซะครึ่งๆ ฝั่งเขามีบูม หยินที่คุ้นหน้ามากหน่อยเพราะนั่งรถตอนเช้ามาด้วยกันทุกวัน ส่วนฝั่งสีขาวก็มีปอที่นั่งข้างๆ มีต้นน้ำที่เริ่มสนิทกันตั้งแต่งานปลูกถั่ว แมน...ซึ่งจะเรียกว่าคุ้นมากหน่อยก็ได้มั้งเพราะเคยไปบ้าน
ส่วนอีกคนหนึ่งนั่น...
"ว้า พี่ฟ้าอยู่สีขาวแฮะ"
น้องสาวตัวใสๆของเขากระซิบอยู่ข้างไหล่
"อืม"
"แย่จังเนอะ"
"คงงั้น"
เขาตอบรับ อันที่จริงแย่ของเขากับแย่ของน้องน่ะมันคนละเรื่อง แต่ก็ไม่รู้จะเถียงไปทำไมในเมื่อสรุปๆแล้วมันก็ออกมาแย่เหมือนกันอยู่ดี
งานนี้มีเหนื่อยบรมแน่ๆไม่ต้องสืบ
ขณะที่เขากำลังปลงตกกับชะตากรรมในอนาคตของตัวเองอยู่นั้น จู่ๆก็มีมือปริศนามาตบหลังเสียงดังป้าบ
เขาหันไปนิ่วหน้าใส่ผู้ร้ายพร้อมหลักฐานคามือ รูปพรรณสัณฐานที่เด่นชัดคือผมสามกอบนหัว ส่วนปลายผมถูกรวบเป็นหางม้าสูงเพราะโลกมันร้อน(และหลังจากเขาใช้ความพยายามอยู่นานเพื่อจะบอกเธอว่ามุขปล่อยผมปิดหน้าแบบซาดาโกะน่ะเพื่อนเขาเลิกกลัวกันแล้ว และก็ใช้ตอนกลางวันไม่ได้ด้วย) ส่วนที่ไอ้ตบไหล่นั้นก็ไม่แน่ใจว่าเจตนาจะเรียกความสนใจหรือมุ่งทำร้าย แต่ถ้าให้เดามันคงครือๆกัน
สายตาเขียวปั้ดระดับปานกลางถูกส่งไปตอบโต้ ซึ่งก็เป็นการตอบโต้ที่ไร้ผลเพราะท่าทางที่พอจะตีความได้ว่าสำนึกผิดหรือรู้ตัวว่าเพิ่งกวนประสาทไม่มีแวบขึ้นมาเลยสักกระผีก
"ประกาศเรื่องอะไรน่ะ"
ผู้ร้ายลอยนวลลอยหน้าลอยตาขึ้นถาม ยกสมุดม่วงในมือขึ้นมาพัดๆ เขาเลิกคิ้วขึ้นนิดหนึ่ง สงสัยเล็กๆว่าอยู่ดีๆทำไมถึงเกิดจะถามเรื่องประกาศนี่ขึ้นมา เพราะปกติเคยใส่ใจอะไรรอบตัวเสียที่ไหน แต่จะออกปากก็กลัวคำตอบพิกล เพราะงั้นไม่เอาดีกว่า
เขาเอียงตัวเข้าหาบอร์ดเล็กน้อยแล้วพยักเพยิด "ดูเอาสิ"
"นายดูให้มันสะดวกกว่า จะนายดูหรือฉันดูมันก็เรื่องเดียวกันน่ะแหละ"
เป็นข้อเท็จจริงสุดจะเกรียนจริงๆ
"รายละเอียดมันเยอะ เธอดูเอาเองจะดีกว่า"
"นี่นายอย่าทำให้ฉันต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุได้มะ"
เอ้า ผิดอีก
ขณะที่คำพูดโต้ตอบยังค้างอยู่ที่ปาก เขาก็รู้สึกว่าสายตาของคนรอบๆมองมาแบบสนอกสนใจ(หรือเรียกอีกอย่างคือสอดรู้)ตามประสาเด็กวัยรุ่นม.ปลายที่ต้องบริหารต่อมจินตนาการอยู่เสมอ และมาจนถึงเดี๋ยวนี้ พวกผู้หญิงมักยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เวลาพวกเขาเปิดปากพูดกัน ส่วนพวกผู้ชายมักจะหลีกทางให้ ซึ่งในจุดนี้เขาก็ไม่แน่ใจว่าที่หลีกน่ะมันเพราะสาเหตุอะไรกะแน่
เขาเหลือบมองซ้ายขวาแล้วก็สรุปกับตัวเองว่าวันนี้ขี้เกียจเกินว่าจะตกเป็นเป้าสายตาแล้วก็โดนเกรียนใส่พร้อมกัน เลยตัดสินใจยกธงขาว แต่คงสายตาให้เขียวไว้เพื่อแสดงจุดยืน
"ประกาศเรื่องแบ่งสีแข่งกีฬา"
"หืม"
ตาของเธอเป็นประกายแปลกๆพอได้ยินคำว่า "กีฬา"
ผ่านไปอีกสักพัก ฟ้าก็พยักหน้าสองสามที มือหยิบสมุดมาโบกๆ สมุดเอนกประสงค์นั่นทำหน้าที่เป็นพัดอยู่อีกสองสามทีก่อนถูกม้วนเป็นแท่งกลมแล้วกลายเป็นเครื่องมือเคาะให้จังหวะ และจุดแลนดิ้งของไอ้ที่เคาะนั่นก็ตกลงบนกระเป๋าอกเสื้อของเขาพอดิบพอดี เป๊ะ
"เมื่อไหร่"
เขาบอกวันเวลา ซึ่งนับๆแล้วก็ถัดจากนี้ไปไม่นาน เทียบกับโรงเรียนอื่นๆก็นับว่าให้เวลาน้อย บางที่ๆเขารู้เห็นแข่งกันเป็นเดือนซะด้วยซ้ำ แต่นั่นก็คงดีแล้วล่ะ เพราะแข่งหนึ่งวันแค่นี้เขาก็เห็นลางเหนื่อยมาแต่ไกล
"เธออยู่สีขาว ฉันอยู่สีเขียว" เขาสรุปปิดท้าย
ฟ้าได้ยินแล้วขมวดคิ้ว จากนั้นก็ยกม้วนสมุดขึ้นโบก
"นายไม่เหมาะกับสีเขียวแฮะ"
จะพูดว่าสีม่วงก็บอกมาเถอะ
"สีของโรงเรียนนี้คือ เขียว-ขาว เผื่อเธอไม่รู้น่ะนะ"
"มันจะไปเกี่ยวกันตรงไหน"
มันจะไม่เกี่ยวได้ยังไงเล่า
อยากบอกออกไปเหมือนกัน แต่ก็รู้ว่าไร้ประโยชน์เพราะมันก็เหมือนอ่านหนังสือเล่มเดียวกันแต่คนละหน้า และที่สำคัญหลังจากรู้ว่ากำลังจะมีกีฬาสีก็เริ่มพูดอะไรพึมพำๆในโลกส่วนตัว เขาลองจับความได้ประมาณ "น้ำใจนักกีฬา" "มิตรภาพลูกผู้ชาย" จากนั้นก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ก้มหน้าจดอะไรลงในสมุดม่วงๆนั่นยิกๆ ซึ่งในความรู้สึกเขามันเหมือนยิ้มของเพชฌฆาตของพี่แสง ตอนกำลังเขียนชื่อคนเพื่อส่งลงยมบาลพิกล
จะยังไงก็ตามแต่ ไอ้ยิ้มนี่ดูจะสร้างความเข้าใจผิดให้รายรอบ โดยเฉพาะพวกผู้ชายที่เดินผ่านหน้าเขาแล้วผิวปาก ไม่ก็ทำยิ้มแบบรู้ทัน ซึ่งก็น่าสงสาร ที่ความจริงแล้วไม่ได้ทันเลยสักกะน้อยนิดว่าพวกแกน่ะแหละกำลังโดนมิดีมิร้ายทางจินตนาการ
เห็นอย่างนั้นเขาหันไปสะกิด
""ฟ้า"
สะกิดทีแรกไม่รู้สึก จึงต้องทำอีกรอบ
"จะจิ้นก็ไปนั่งจิ้นที่โต๊ะ อยู่ตรงนี้เกะกะ"
เขาต้องใช้ความพยายามสะกิดอีกสองสามทีเธอถึงจะยอมทำตาม ซึ่งถ้านับตามปกติแล้วในการพยายามคือว่าง่ายพอดู
อืม คงเป็นเพราะนั่งเขียนมันสะดวกกว่ายืนมั้ง เอาเถอะ จะอะไรก็ตามแต่ พวกเขาเดินผละจากบอร์ดหน้าห้องมานั่งที่ของตัวเองอีกครั้ง โดยที่นั่งของเธออยู่ด้านหลังเขา ซึ่งตอนนี้ทั้งหยินทั้งปอไม่อยู่กับที่เพราะเดินไปวุ่นวายคุยจ้อเรื่องกีฬาสีกับคนอื่น ความจริงเขาเองก็คิดจะไปเหมือนกันถ้าไม่ติดว่าเทียนคอยคะยั้นคะยอให้เขามานั่งเป็นเพื่อนฟ้านี่แหละ
เขากวาดสายตาไปรอบๆอีกครั้ง หลายคนในห้องเริ่มจับกลุ่มคุยกัน เขาเห็นบูมกับพวกสีเขียวไปนั่งรวมกันอยู่ตรงที่นั่งข้างประตูฟากโน้น ส่วนสีขาวก็ไปกองกันอยู่หลังห้อง ซึ่งใกล้ที่นั่งเขามากกว่า เีสียงพูดคุยอย่างเมามันเลยพุ่งมากระทบแก้วหูเขาเป็นระยะๆ
กีฬาสีงั้นรึ...
"น่าสนุกจังนะคะ"
เทียนกระซิบกระซาบกับเขา
"คงสนุกมั้ง"
เขาตอบแกนๆ อันที่จริงเขาไม่ชอบให้เทียนมาคอยกระซิบแบบนี้เท่าไหร่เพราะไม่อยากดูเหมือนพวกบ้าที่คุยกับตัวเองคนเดียว แต่ในเมื่อตอนนี้ความสนใจของคนไปอยู่ที่เรื่องอื่น แล้วคนนั่งข้างหลังเขาก็ไม่เคยสนใจอะไรอยู่แล้ว คุยกับน้องก็ไม่ใช่อะไรหนักหนา เพราะยังไงตอนี้ก็ไม่มีอะไรทำ
"พี่คิดจะทำอะไรบ้างล่ะ"
"ทำอะไรคือ"
"ลงกีฬา ไรงี้"
"อะไรก็ได้"
อะไรก็ได้จริงๆ เขาไม่ได้รู้สึกกระตือรือร้นอะไรยังไงเป็นพิเศษ ให้เล่นก็เล่นได้ ให้ลงอะไรก็เอา เพียงแต่ไอ้มวยทะเลนี่ดูแล้วไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ ตกลงไปต้องลำบากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีก
เทียนหน้ามุ่ยลงเล็กน้อย คงเป็นเพราะไม่ค่อยปลื้มกับ "อะไรก็ได้" ของเขา แต่ก็ไม่ได้บ่นอะไร เพราะดูท่าจะมีความสนใจไปอีกประเด็นซะมากกว่า
"แล้วพี่ฟ้าล่ะ"
ถามแบบกะว่าเขาจะตอบได้ยังไงยังงั้น
"พี่จะไปรู้ได้ไง"
"พี่ต้องรู้สิ"
ทำไมถึง"ต้อง"รู้ล่ะฟะ
"พี่เห็นผีได้ เขียนยันต์ได้ ปราบผีได้ แต่อ่านใจคนไม่ได้"
โดยเฉพาะใจสาววาย ขอโทษที อย่ารู้เลยจะดีกว่า
"งั้นก็ถามให้หนูหน่อย"
เทียนสรุปแบบรวบรัดตัดความ แล้วทำหน้าแบบว่าไม่ถามให้จะตัดพี่ตัดน้อง อะนะ เขาสุดจะละเหี่ยใจ สงสัยตามใจน้องมากไปจนเสียผีกันก็คราวนี้
แล้วอยู่ดีๆคนข้างหลังก็ทำให้แปลกใจโดยการถามขึ้นมา
"นายคิดจะทำอะไรบ้าง"
เขาเลิกคิ้ว จากนั้นก็เอี้ยวตัวไปด้านหลังทำให้เห็นฟ้าที่ละกิจกรรมการจิ้นของตัวเองชั่วคราว แล้วเปลี่ยนมานั่งเท้าคาง ตาจ้องเขาเขม็ง ส่วนมือก็ควงปากกาด้ามสีม่วงที่มีหมึกสีม่วงซึ่งปกติแล้วจะเขียนลงในสมุดปกสีม่วงที่ชื่อว่าสมุดม่วง
"ทำไมถึงถาม" เขาตอบด้วยคำถาม
"อย่ามาย้อน ตอบมาดีๆ"
ไอ้แบบนี้มันน่าตอบมั้ย
"ว่าไง"
"อะไรก็ได้"
ตอบแบบเดียวกับเมื่อกี๊ล่ะ หนามยอกเอาหนามบ่ง พึงเอาชนะเกรียนด้วยความเกรียน
เธอหรี่ตาลง ก่อนจะต่อว่า
"บอกมาแค่นี้แล้วฉันจะเอาไปเขียนยังไงล่ะยะ"
เออเนอะ เขาไม่น่าถามเลยเพราะควรจะรู้ๆอยู่ ยังไงๆก็หนีไม่พ้นตกเป็นวัตถุดิบอยู่แล้วนี่หว่า
"จะเขียนอะไรก็เขียนเถอะ" ลองต้องไปเป็นตัวละครนิยายวายแล้ว มันจะเสียอะไรได้มากกว่านี้อีกล่ะ
"งั้นเดี๋ยวฉันเขียนให้นายไประบำหน้าท้อง"
"กีฬาสีบ้านไหนเขาทำกันแบบนั้น"
หลังฟังเขาพูดจบฟ้าก็ทำเสียงเฮอะ จากนั้นก็เลิกมองเขาแล้วหันไปสนใจกับสมุดเปี่ยมความคิดสร้างสรรค์(สีม่วง่ของเธอต่อ)
"แล้วเธอล่ะทำอะไร"เขาถามบ้าง
"ไม่ทำ"
เบ็ดเสร็จคำถาม คำตอบ ต่างกันไม่ถึงหนึ่งวินาที
ช่างจริงใจอะไรเยี่ยงนี้ ถึงคำตอบจะไม่ได้ผิดคาดแต่ดูจากเวลาที่ตอบมันแสดงถึงส่วนลึกว่าเสี้ยวความคิดที่จะทำเพื่อส่วนรวมมันไม่มีเลยงั้นเรอะ
"งานนี้เขาบังคับให้ทุกคนมีส่วนร่วมนะ"
"งั้นงานฉันนายทำแทน"
เอ่อ...
"ได้ข่าวว่าเราอยู่คนละสีกัน"
พูดถึงตรงนี้เธอก็ยิ่งจ้องหน้าเขามากกว่าเดิม แล้วกระพริบตาปริบๆ
"เราอยู่คนละสีกันเหรอ"
เอ้า สรุปแล้วเธอรู้อะไรมากันแน่เนี่ย สงสัยที่พูดๆไปเมื่อกี๊คงฟังแต่ว่ามันมีคำว่า"ม่วง" อยู่มั้ย ถ้าไ่ม่มีก็ตัดออกจากสารบบความคิด ไม่อยู่ในความสนใจ
"ฉันสีเขียว เธอสีขาว" เขาพูดย้ำช้าๆ พร้อมชี้มือประกอบเพื่อกันสับสน
เธอฟังแล้วนิ่วหน้าอีกครั้ง
"นายไม่เหมาะกับสีเขียวแฮะ"
"แล้วเธอก็กำลังพูดเรื่องเดิมซ้ำๆ เอาเป็นว่าสรุปแบบนี้นะ เราอยู่คนละสีกัน ฉันสีเขียว เธอสีขาว นั่นหมายความว่าหน้าที่แต่ละอย่างเราก็แยกกัน ต่อให้เธอจะซ้อนแผน วางอะไรไว้ก็ตามแต่ ฉันก็ขึ้นสแตนด์แทนเธอไม่ได้ แข่งกีฬาแทนเธอไม่ได้"
นี่พยายามมีเหตุผลที่สุดแล้วนะเนี่ย
เธอฟังนั่งกอดอกใช้ความคิด นิ่งไปนาน ซึ่งในการนิ่งนั้นเขาก็เฝ้าภาวนาสุดใจว่าขอให้เหตุผลมันวิ่งไปกระแทกสมองเธอสักนิดหนึ่งเถอะ
ผ่านไปอีกพอดู กว่าเธอจะพูดออกมา
"โอเค"
ไ้ด้ยินคำตอบแล้วโล่งอกจนแทบถอนใจเฮือก แต่มันก็เหมือนอย่างที่เขาว่า ความสุขมักผ่านไปเร็ว เพราะแค่ไม่กี่วินาทีความทุกข์ก็เข้ามาแทรกทันตา
"งั้นส่วนที่เหลือนอกจากพวกนี้ นายทำ"
เออ คนเรา ให้มันได้ยังงี้สิ ที่คิดไว้ตอนแรกไม่ผิดจริงๆด้วย
อยู่คนละสี = เหนื่อยสองต่อ
เขามองหน้าเธออย่างละเหี่ยใจ และดูจากสีหน้าตอนนี้แล้วก็ตัดใจได้ว่าพูดอะไรไปเหตุผลก็ไม่มีเข้าหัว...คนอะไรแบบนี้วะเนี่ย
"เอาน่า"
เธอลุกขึ้น แล้วโน้มตัวมาข้างหน้าเพื่อตบไหล่เขาปุๆ ด้วยสีหน้าและน้ำเสียงเหมือนว่าพยายามจะปลอบใจ
"คราวนี้ฉันจะให้นายได้บทดีๆ แหม หยาดเหงื่อแรงกาย มิตรภาพลูกผู้ชายในการแข่งกีฬานี่มันออกจะได้บรรยากาศ"
"บรรยากาศไหนมันก็ห้ามความวายของเธอไม่ได้ทั้งนั้นแหละ "
ฟังเขาเหน็บจบแล้วยิ้มซะกว้าง
"ขอบใจ"
"นี่ไม่ได้ชม"
"สำหรับฉันมันใช่"
"..."
"เอาน่า...บอกแล้วไงฟิคคราวนี้จะเขียนให้บทนายดีๆเยี่ยมยอด เท่ระเบิด อะ เปิดให้รีเควสอะไรหนึ่งอย่างก็ได้ นายอยากได้อะไรล่ะ"
เออ คำถามน่าสนเนอะ ผู้ชายสักคนจะอยากได้อะไรในนิยายวายของตัวเอง
"ว่าไง"
"..."
"..."
"..."
เขาถอนหายใจเฮือก
"งั้นขอเป็นเมะก็แล้วกัน"
ไหนๆก็ไหนๆ
ถ้าในนิยาย ก็ขอชนะสักหน่อยละกันวะ
++++++++++++++++
สรุป
- ธูปจะเฉยลูกเดียว ไม่กระตือรือร้น ไม่เซ็ง ต้องทำอะไรก็ทำ มีกีฬาสีก็ดี เปลี่ยนบรรยากาศ
- อยู่แยกสีกับฟ้าจะเซ็งๆเล็กน้อย เพราะรู้ว่าต้องโดนโยนงานมาให้แน่ๆ
- เรื่องกีฬา ธูปอยู่ในระดับปานกลาง ให้ทำอะไรก็ทำ ไม่คิดจะเล่นอะไรเป็นพิเศษ
- ฟ้าเทียน เธอไม่คิดจะทำอะไรเลย เกณฑ์กำหนดมาให้ทำแค่ไหนก็ทำตามนั้น
- ส่วนเรื่องความรู้สึกต่อสี รู้สึกแค่ว่าน่าจะเป็นสีม่วง
- ความรู้สึกที่มีกีฬาสีเกิดขึ้น ชอบใจ เพราะจะได้พล็อตมาแต่งนิยายวายเพิ่ม
จบข่าวก้ะ มีอะไรสงสัยถามได้
+++++++++++++++
-
รั่วๆมาเรียงๆ by อีสีฯ




ปูเสื่อ รินชา นั่งรออัพ
ชอบประโยคสุดท้าย ทำให้รู้สึกว่า..
ธูปมันกร้านโลกดีเหมือนกันนะ ฮะๆ....
ขอเป็นเมะ ทำใจเถอะธูป แต่โลกของสาววายไม่ได้มีแค่นั้นนะคู้ๆๆๆ
นายชนะใจไอ้มิ้นท์แล้วธูป= =b
#1 By ♥ MintieZ ; )) ,, on 2008-10-11 18:35